SCB นำร่องสินเชื่อสีเขียวหนุนโรงแรมภูเก็ต ชี้ความยั่งยืนคือ “ทางรอด” ของเศรษฐกิจไทย

โพสต์เมื่อ พฤษภาคม 5, 2026 | โพสต์ใน Brand News, Sustainabillity
SCB spearheads green financing for Phuket hotels, touting sustainability as the "path to survival" for Thailand's economy.

ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลก เศรษฐกิจที่เปราะบาง ข่าวคราวเรื่องสึนามิและแผ่นดินไหว สงครามระหว่างอิหร่านและอิสราเอล ไปจนถึงปัญหาภายในประเทศ การดำเนินธุรกิจในโลกปัจจุบันจึงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและยากที่จะคาดเดา

ทว่า คุณกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) มักเน้นย้ำด้วยความมั่นใจว่า มีอยู่หนึ่งปัญหาที่เป็นเรื่อง “แน่นอน” และจะส่งผลกระทบต่อทุกคนบนโลกใบนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นคือ วิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม

ผลงานอันทุบสถิติของธนาคารไทยพาณิชย์ในด้านความยั่งยืน สะท้อนให้เห็นจากการอนุมัติสินเชื่อและหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (Sustainable Finance) รวมมูลค่าสะสมสูงถึงกว่า 180,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลาเพียง 2 ปีครึ่ง (ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 ถึงครึ่งแรกของปี พ.ศ. 2568) ซึ่งทะลุเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 3 ปีที่ 150,000 ล้านบาท (พ.ศ. 2566–2568) เป็นที่เรียบร้อย สิ่งนี้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างจริงจังของ SCB ในการขับเคลื่อนภาคธุรกิจไทยไปสู่ความยั่งยืน

ล่าสุด SCB ได้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่จังหวัดนำร่องอย่างภูเก็ต เพื่อเยี่ยมชมสองกลุ่มโรงแรมยักษ์ใหญ่ ได้แก่ “กะตะกรุ๊ป” (Kata Group) และ “ยี่เท็ง ฮอสพิทาลิตี้” (Yiteng Hospitality) ซึ่งกำลังปรับโฉมธุรกิจสู่การเป็นผู้นำด้านการบริการที่ยั่งยืน โดยได้รับการสนับสนุนทางการเงินอย่างเป็นรูปธรรมจาก SCB

ทำไมต้องเป็นภูเก็ต?

เพราะในปัจจุบัน ภูเก็ตคือ “หัวใจหลัก” ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่คอยหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของประเทศ โดยในปี พ.ศ. 2567 ภาคการท่องเที่ยวสามารถสร้างรายได้ทะลุ 2.6 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 14% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งภูเก็ตครองแชมป์จังหวัดที่สร้างรายได้สูงสุดด้วยมูลค่ากว่า 490,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ในช่วง 5 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2568 ในขณะที่ภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังประเทศไทยลดลงเล็กน้อยที่ -3% (YoY) อยู่ที่ 14.4 ล้านคน แต่ภูเก็ตกลับสวนกระแสด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามามากกว่า 2.4 ล้านคน เติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 8% (YoY) โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงและพำนักระยะยาว (Long-stay) จากยุโรป อเมริกา และตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลดีต่อธุรกิจโรงแรมและภาคการท่องเที่ยวโดยตรง

รายได้ดี ควบคู่กับจิตสำนึกที่ดี

ปัจจุบัน นักเดินทางทั่วโลกมากกว่า 53% ให้ความสำคัญกับเรื่องความยั่งยืน รวมถึงผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่นและสิ่งแวดล้อม (อ้างอิงจาก Booking.com, พ.ศ. 2568)

เมื่อโรงแรมไทยปรับตัวสู่แนวทางที่ยั่งยืน ไม่เพียงแต่จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มรักษ์โลกที่พร้อมจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความมั่นคงให้แก่กระแสรายได้ ลดผลกระทบจากการสูญเสียนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม และเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมจากการเน้น “ปริมาณ” มาสู่การเน้น “คุณภาพ” สร้างอัตลักษณ์ที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ให้กับการท่องเที่ยวไทย

ผู้ประกอบการในภูเก็ตมีความตื่นตัวและมุ่งมั่นอย่างมากในการขับเคลื่อนความยั่งยืนให้เกิดขึ้นในจังหวัด เนื่องจากภูเก็ตเป็นจังหวัดนำร่องในโครงการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายที่จะก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนภายในปี พ.ศ. 2570 และกำลังเตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Conference) ในปี พ.ศ. 2569 อีกด้วย

SCB ให้ความสำคัญกับภาคธุรกิจโรงแรมมาอย่างต่อเนื่อง โดยครองส่วนแบ่งพอร์ตสินเชื่อโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในระบบธนาคารไทยด้วยมูลค่า 135,000 ล้านบาท โดยภูมิภาคอันดามันคิดเป็น 25% ของพอร์ตโรงแรมทั้งหมด และเฉพาะกลุ่มโรงแรมในภูเก็ตเพียงอย่างเดียว ธนาคารมีมูลค่าพอร์ตสินเชื่ออยู่ที่ประมาณ 20,000 ล้านบาท

สิ่งที่ SCB สามารถพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นได้คือการขยายสินเชื่อสีเขียว (Green Financing) ไปสู่กลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เนื่องจากปัจจุบันสินเชื่อประเภทนี้ยังคงกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางถึงขนาดใหญ่และองค์กรรายใหญ่ ความท้าทายคือจะทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าใจว่า ความยั่งยืนคือแนวทางในการลดต้นทุนและสร้างรากฐานเพื่อความอยู่รอดในระยะยาว ธนาคารเชื่อว่ายังมีช่องว่างที่สามารถเข้าไปเติมเต็มได้ แต่อาจจะต้องใช้เวลา

ดังนั้น จุดเน้นในปัจจุบันของ SCB คือการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการในทุกระดับผ่านหลักสูตรต่างๆ เพื่อช่วยให้แต่ละองค์กรสามารถเริ่มต้นบนเส้นทางแห่งความยั่งยืนได้อย่างถูกต้อง โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยการลงทุนเม็ดเงินจำนวนมหาศาลจากการกู้ยืมเงินธนาคารเสมอไป

แนวทางการจัดสรรสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนในภาคโรงแรมแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก:

  • กลุ่มที่ 1: โรงแรมขนาดใหญ่ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง กลุ่มนี้มีความเข้าใจในแนวคิด “โรงแรมสีเขียว” (Green Hotel) อยู่แล้ว และต้องการพัฒนาแนวปฏิบัติของตนให้มีความยั่งยืนและล้ำหน้ามากยิ่งขึ้น
  • กลุ่มที่ 2: โรงแรมเปิดใหม่หรือโรงแรมขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ต้องการปรับตัวเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแต่ยังคงมีความลังเลใจ ว่าการลงทุนด้านความยั่งยืนจะเป็นการเพิ่มต้นทุน หรือจะคุ้มค่าในระยะยาวหรือไม่ รวมถึงต้องการทราบว่าความพยายามด้านความยั่งยืนเหล่านี้จะส่งผลประโยชน์ต่อชุมชนโดยรอบอย่างไร

แผนการดำเนินงานประกอบด้วย 2 ส่วนสำคัญ:

1. โรงแรมเดิมที่เริ่มกระบวนการเปลี่ยนผ่าน (Existing Hotels Beginning Their Transition – Less Brown)

SCB จะจับมือกับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืนเพื่อช่วยสร้างความตระหนักรู้ ความเข้าใจ และร่วมวางกลยุทธ์ความยั่งยืนที่เหมาะสม โดยธนาคารจะนำเสนอโปรแกรมสินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Financing the Transition) เพื่อเตรียมความพร้อมให้ธุรกิจสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การบริหารจัดการน้ำ หรือการใช้พลังงานหมุนเวียน กลยุทธ์เหล่านี้จะช่วยลดต้นทุนและวางรากฐานสำหรับการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนและขยายผลได้ในอนาคต

2. โรงแรมยั่งยืน (Sustainable Hotels)

SCB มุ่งสนับสนุนลูกค้าที่มีความพร้อมในการยกระดับสู่มาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล เพื่อช่วยลดต้นทุน ดึงดูดกลุ่มลูกค้าพรีเมียม และส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ธนาคารพร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายความยั่งยืนของลูกค้า เช่น สินเชื่อที่เชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability-Linked Loans), สินเชื่อสีเขียว (Green Loans) และหุ้นกู้สีเขียว (Green Bonds) เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายความยั่งยืนที่ชัดเจน โปร่งใส และได้รับการยอมรับ รวมถึงการได้รับใบรับรองในระดับสากล ซึ่งครอบคลุมทั้งสองด้าน ได้แก่:

  • (1) การรับรองอาคารที่ยั่งยืน (Sustainable Building Certification): สนับสนุนการก่อสร้างใหม่หรือการปรับปรุงโรงแรมให้ได้รับใบรับรองอาคารยั่งยืนระดับสากล เช่น LEED (ในระดับ Gold และ Platinum), EDGE, WELL หรือ TREES
  • (2) การรับรองการดำเนินงานที่ยั่งยืน (Sustainable Operating Certification): สนับสนุนให้โรงแรมได้รับมาตรฐานการดำเนินงานที่ยั่งยืนซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากล เช่น การรับรองที่ได้รับการยอมรับจาก GSTC (เช่น Green Hotel Plus, EarthCheck, GreenGlobe) ตลอดจนมาตรฐานสากลอื่นๆ

ธนาคารไทยพาณิชย์กำลังขับเคลื่อนพอร์ตสินเชื่อธุรกิจโรงแรมและบริการในภูเก็ตให้ก้าวสู่ความยั่งยืน โดยใช้ภูเก็ตเป็นพื้นที่นำร่องเพื่อเป็นโมเดลต้นแบบให้แก่อุตสาหกรรมโรงแรมทั่วประเทศต่อไป

Credit : marketeeronline